แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวจักรราศี12กลุ่ม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาวจักรราศี12กลุ่ม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

กลุ่มดาวที่ถูกลืมกลุ่มดาวคนแบกงู

กลุ่มดาวที่ถูกลืมกลุ่มดาวคนแบกงู 
หรือ กลุ่มดาว ออฟิอุคคัส(Ophiuchus)


            เป็นกลุ่มดาวจักรราศี กลุ่มที่ 13 เนื่องจากมีขาข้างนึงแทรกไปในกึ่งกลางระหว่างกลุ่มดาวแมงป่องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มดาวคนแบกงูแทนด้วยชายคนหนึ่งกำลังอุ้มงูไว้ ทำให้แยกกลุ่มดาวงูออกเป็นสองส่วน คือ หัวกับหาง
หลักการสังเกต อยู่ระหว่างกลุ่มดาวแมงป่อง และกลุ่มดาวคนยิงธนู




              กลุ่มดาวคนแบกงู นับเป็นกลุ่มดาวขนาดใหญ่ประมาณ 25 ดวง ซึ่งจะปรากฏอยู่บนท้องฟ้าในช่วงฤดูหนาว แต่อาจสังเกตได้ยากเนื่องจากมีแสงที่ริบหรี่มาก แต่ถึงกระนั้นกลุ่มดาวคนแบกงูนี้กลับเป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยกรีก ทั้งยังปรากฏรายชื่อในตำราดาราศาสตร์ของโรมันที่รวบรวมกลุ่มดาวทั้ง 48 กลุ่ม ในซีกโลกเหนือไว้ด้วย




              ตามตำนานกรีกเล่าว่า กลุ่มดาวนี้คือตัวแทนของแพทย์อัจฉริยะชาวกรีกนามว่า แอสคลีปิอุส (Asclepius) ซึ่งวันหนึ่งเข้าได้ล่วงรู้ความลับการทำให้ชีวิตเป็นอมตะจากการสังเกตสมุนไพรที่งูนำมากินเป็นประจำ  เมื่อมหาเทพซุสได้รู้เข้า จึงทำการสังหาร แอสครีปิอุส ทันที เพื่อไม่ให้ความลับของสวรรค์รั่วไหลและเพื่อรักษาสมดุลของโลกมนุษย์ไว้ จากนั้นซุสจึงนำดวงวิญญาณของ แอสครีปิอุส ไปประดับเป็นกลุ่มดาวคนแบกงูบนท้องฟ้า เพื่อไว้อาลัยและระลึกถึงเขา


              พาร์ค คังเกิล (Parke Kunkle) นักดาราศาสตร์  กล่าวว่า ตามที่โลกของเรามีการปรับแนวโคจร โลกกับดวงอาทิตย์มีการเคลื่อนอย่างช้าๆ ส่งผลให้วันที่ และราศีมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีกลุ่มดาวกลุ่มดาวออฟิอุคคัส  เป็นจักรราศีที่13 เพิ่มเข้ามา หรือเรียกอีกอย่างว่า ราศีคนแบกงูซึ่งมีความสูงประมาณ 40 องศา กว้าง 25 องศา จะขึ้นและตก ทางทิศตะวันออก - ตะวันตกพอดี เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดจะอยู่สูงเป็นมุมเงย 75 องศา โดยดาวดวงบนสุดของกลุ่มจะอยู่ที่จุด กึ่งกลางท้องฟ้าพอดี ดวงอาทิตย์โคจรผ่านกลุ่มดาวคนแบกงูนี้ในช่วงระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน - 17 ธันวาคม รวมใช้เวลา 18 วัน ซึ่งจะเห็นว่ามากกว่ากลุ่มดาวแมงป่อง ซึ่งดวงอาทิตย์ใช้เวลาแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นก็ผ่านไปได้

<<กลุ่มดาวปลา  

กลุ่มดาวคนถือหม้อน้ำ (Aquarius)

กลุ่มดาวที่ 11 กลุ่มดาวคนถือหม้อน้ำ (Aquarius)


ราศี กุมภ์
สัญลักษณ์ ชายถือคนโทใส่น้ำ
วิธีสังเกต เป็นกลุ่มดาวใหญ่แต่ไม่สะดุดตา อยู่ทางทิศใต้ของกลุ่มดาวม้า อยู่ถัดจากกลุ่มดาวมกรไปทางทิศตะวันออกในระหว่างปี .. 2507 และ .. 2508 การจะหากลุ่มดาวคนถือหม้อน้ำหาได้ง่ายมากเพราะใน ระหว่าง 2 ปีนี้ ดาวเสาร์ปรากฏโคจรมาอยู่ในกลุ่มดาวนี้กลุ่มดาวนี้




ประกอบด้วยดาวฤกษ์แสงริบหรี่ อย่างน้อย 13 ดวง เรียงเป็นคนแบกหม้อน้ำ
ดาวดวงที่ 3, 4, 5, 6เป็นหม้อน้ำที่ตะแคงอยู่โดยมีน้ำไหลออกทางดวงที่ 6 ไปยังดวงที่ 7 ถึงดวงที่ 13 บริเวณรูปหม้อน้ำจะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้ามาก ส่วนดวงที่ 10 อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้าประมาณ 20 องศา และระยะระหว่างดวงที่ 1 ถึงดวงที่ 12 ประมาณ 40 องศา
เวลาที่เห็น    ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำจะขึ้นและตกพร้อม กับดวงอาทิตย์ จึงมองไม่เห็น ส่วนเดือนที่เห็นนานที่สุดคือ เดือนกันยายน เพราะจะขึ้นเวลาหัวค่ำและตกตอนก่อนรุ่งอรุณ
                ชาวอียิปต์โบราณ กล่าวว่าอุทกภัยแถบลุ่มแม่น้ำไนล์เกิดจากคนเทหม้อน้ำในกลุ่มดาวนี้ เทน้ำลงไปบนแม่น้ำไนล์.



ตำนานกรีก

                  ชายคนที่ว่าคือแกนิมิด โอรสรูปงามแห่งกษัตริย์เมืองทรอยโดยมีตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งที่เทพซุสเดินทางมายังโลกมนุษย์ เขาได้หลงรักแกนิมิด  ซุสจึงแปลงกายเป็นนกยักษ์แล้วลักพาตัวแกนิมิดไปอยู่ด้วย โดยให้เขามีหน้าที่แบกคนโทใส่น้ำให้แก่เหล่าเทพและกลายเป็นกลุ่มดาวราศีกุมภ์เมื่อเสียชีวิต


<<กลุ่มดาวมังกร  

กลุ่มดาวคนถือธนู (Sagittarius)

กลุ่มดาวที่ 9 กลุ่มดาวคนถือธนู (Sagittarius) 


ราศี ธนู
สัญลักษณ์ เซนทอร์กำลังยิงธนูซึ่งก็คือเครอน
หลักการสังเกต กลุ่มดาวคนถือธนูนี้มีรูปร่างคล้ายกาน้ำ ขอให้สังเกตดูรูป ซึ่งได้โยงเส้นเชื่อมไว้ ดาวกลุ่มนี้อยู่ทางทิศตะวันออกของกลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวราศีธนู เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ติดกับกลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวกลุ่มนี้อยู่ในแนวทางช้างเผือก กลุ่มดาวคนถือธนูได้ชื่อว่า กลุ่มดาวผู้ฆ่า กลุ่มดาววัวตัวผู้เพราะเมื่อกลุ่มดาวนี้ขึ้น กลุ่มดาววัวจะตก หรือเมื่อ กลุ่มดาวนี้ตก กลุ่มดาววัวจะขึ้น




ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 8 ดวง เรียงกันอยู่คล้ายรูปกาต้มน้ำ แต่ในระบบสากลเรียกว่า กลุ่มดาวคนยิงธนู  ดาวดวงที่ 1, 2, 8 เป็นฝากา ดวงที่ 2, 2, 4 เป็นพวยกา ดวงที่ 4, 5 เป็นฐานกา ดวงที่ 5, 6, 7, 8 เป็นหูกา ดวงที่ 2, 4, 5, 8 เป็นตัวกา ฐานกายาวประมาณ 10 องศา
วันที่เห็น ดวงอาทิตย์ผ่านกลุ่มดาวคนยิงธนูระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม ถึง 21 มกราคม ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้  



ตำนานกรีก

        เครอนเขาเป็นผู้เก่งกาจมาก เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์ การดนตรี การพยากรณ์ และการล่าสัตว์ จึงมีลูกศิษย์มากมาย หนึ่งในนั้นคือเฮอร์คิวลิส เครอนมีชีวิตเป็นอมตะ แต่เมื่อครั้งที่เฮอร์คิวลิสทะเลาะวิวาทกับเซนทอร์เกิดยิงธนูพลาดไปถูกเครอนเข้า เครอนได้รับความทรมานมากแต่ไม่ตาย จึงยกความเป็นอมตะให้ผู้อื่นและสิ้นใจกลายเป็นหมู่ดาวราศีธนู


<<กลุ่มดาวแมงป่อง  


วันพุธที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560

กลุ่มดาวหญิงพรหมจารี (Virgo)

กลุ่มดาวที่ 6 กลุ่มดาวหญิงพรหมจารี (Virgo)

ราศี กันย์
สัญลักษณ์ หญิงพรหมจรรย์ 
วิธีสังเกต เป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่มีส่วนหนึ่งอยู่ในซีกฟ้าด้านเหนือ และอีกส่วนหนึ่งอยู่ในซีกฟ้าด้านใต้ กลุ่มดาวนี้อยู่ระหว่างกลุ่มดาวสิงโตกับกลุ่มดาวคันชั่ง มีดาวฤกษ์ที่สว่าง สุกใสอันดับที่ 16 ในท้องฟ้า ชื่อ สไปกา (Spica) ซึ่งแปลว่ารวงข้าว




วันที่เห็น ระหว่างวันที่ 17 กันยายนถึง 1 พฤศจิกายน รวม 46วัน จะไม่สามารถเห็นกลุ่มดาวเพราะมีดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่าน จึงถือเป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่ดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินผ่านนานที่สุด
ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 11 ดวง เรียงเป็นรูปผู้หญิงสาว มือซ้ายถือรวงข้าวพอดี ดาวดวงที่สว่างที่สุดในกลุ่ม มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า แอลฟา-หญิงพรหมจารี เขียนย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า -Vir ในรูปคือดาวดวงที่ 1 ส่วนดวงที่ 4, 5, 6 ประกอบกันเป็นบริเวณหน้าอกของหญิงสาวซึ่งมีศรีษะอยู่เหนือดวงที่ 2 เท้าของหญิงสาวอยู่ถัดไปทางดวงที่ 8 ระยะห่างเชิงมุมจากดวงที่ 2 ถึงดวงที่ 8 ประมาณ 40 องศา
                  ดาวกลุ่มนี้มีดาวสำคัญ เกี่ยวกับวิชา ดาราศาสตร์อยู่อย่างหนึ่งคือ จุดตัดของ เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า และเส้นอีคลิพดิคจุดที่ 2 ซึ่งเรียกว่า Autumnal Equinox  (บางท่านเรียกวันสารทวิษุวัต แปลว่า วันที่ดวงอาทิตย์ ยกเข้าสู่ราศีตุลย์ )



ตำนาน/นิทานกรีก

             หญิงสาวพรหมจารีย์คือ เทพธิดาแอสเตรีย ซึ่งเป็นธิดาของซูสเทพบดีและเทมิส เธอลงมาจากสวรรค์พร้อมน้องสาวชื่อว่า พูดิซิเตรีย ทั้งคู่ถือพรหมจรรย์ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แอสเตรียเป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรม ไม่เคยทำให้ผู้ใดหรือสัตว์โลกใด เลือดตกยางออก เธอปรารถนาที่จะให้โลกร่มเย็น ไม่เบียดเบียนกันและกัน แต่เหตุการณ์กลับเป็นตรงกันข้าม มนุษย์รบราฆ่าฟันกัน ขโมยข้าวของกันและกัน คนจนถูกกดขี่ข่มเหง เธอทนไม่ได้จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่าเขา มีผู้คนจำนวนหนึ่งติดตามเธอไป ส่วนเทพธิดาผู้ เป็นน้องสาวทนไม่ไหวจึงขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ แอสเตรียเชื่อว่าความยุติธรรมจะยังคงมีอยู่ในโลก แต่ในที่สุดเธอก็จำเป็นต้องหนีไปอยู่ บนสวรรค์ เมื่อมีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ความยุติธรรมหายไปจากโลกเหลือแต่ความผิดหวังต่าง แอสเตรียขึ้นไปอยู่บนฟ้าในฐานะ หญิงพรหมจารี ซึ่งเธอจะปรากฏให้เห็นเฉพาะคนที่รักและใฝ่หาสันติภาพกับความยุติธรรมเท่านั้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ เธอจึงบด รวงข้าวแล้วหว่านเมล็ดข้าวไปรอบฟ้า กลายเป็นทางช้างเผือก ซึ่งมีแต่ความสวยงามร่มเย็น และสันติสุข


<<กลุ่มดาวสิงโต